วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

สูตรขนมหวานไทย : แกงบวดเผือก

สูตรขนมหวานไทย : แกงบวดเผือก

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ขนมหวานไทย : แกงบวดเผือก

* เผือกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 2 ถ้วยตวง
* น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วยตวง
* หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
* หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
* ใบเตย 2 ใบ
* น้ำตาลทราย 40 กรัม
* น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม
* เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
* น้ำปูนใส 
ขนมหวานไทย : แกงบวดเผือก
ขนมหวานไทย : แกงบวดเผือก

 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. ทำความสะอาดและหั่นเผือกเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปแช่น้ำปูนใสประมาณ 15 นาทีจึงนำไปล้างทำความสะอาดอีกครั้ง และผึ่งให้แห้ง
2. นำหางกะทิ, ใบเตย, น้ำตาลทรายและน้ำตาลปี๊บใส่ลงไปในหม้อ และนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลางจนเดือด 
3. ใส่เผือกที่หั่นไว้แล้วลงไป ต้มต่อไปจนเผือกสุกและนุ่ม (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)
4. ใส่หัวกะทิและเกลือลงไป ต้มต่อจนเืดือดอีกครั้งจึงปิดไฟ
5 . ตักใส่ถ้วย สามารถเสริฟทันทีขณะร้อน หรือปล่อยไว้ให้เย็นแล้วค่อยเสริฟเป็นอาหารว่างในวันสบายๆ



สูตรขนมหวานไทย : ฟักทองเชื่อม

สูตรขนมหวานไทย : ฟักทองเชื่อม

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ขนมไทย : ฟักทองเชื่อมราดน้ำกะทิ

* ฟักทอง 500 กรัม
* น้ำตาลทราย 250 กรัม
* น้ำเปล่า 450 กรัม
* น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำกะทิ 100 กรัม
* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
* แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปูนใส
ขนมหวานไทย : ฟักทองเชื่อม
ขนมไทย : ฟักทองเชื่อมราดน้ำกะทิ

 
     วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นำฟักทองไปทำความสะอาด และหั่นเป็นชิ้นๆ (จะปอกเปลือกหรือไม่ปอกก็ได้ แล้วแต่ความชอบ) เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำปูนใสประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงนำขึ้นมาล้างน้ำและผึ่งให้แห้ง
2. ทำน้ำราดกะทิ โดยใส่น้ำกะทิ, แป้งข้าวเจ้าและเกลือลงในหม้อเล็ก ตั้งบนไฟอ่อนๆจนเข้ากันดี ปิดไฟและพักไว้ 
3. ใส่น้ำเปล่า, น้ำตาลทรายและน้ำมะนาวลงในกระทะทองเหลือง (หรือใช้กระทะเทฟลอนแทนก็ได้) นำไปตั้งไฟร้อนปานกลางรอจนน้ำตาลละลาย จึงใส่ฟักทองลงไปเชื่อมจนสุก จะมีลักษณะเงา ฉ่ำใส จึงปิดไฟ
4. ตักฟักทองใส่ถ้วยและราดหน้าด้วยกะทิ เสริฟได้ทันที



สูตรขนมหวานไทย : ขนมขี้หน

สูตรขนมหวานไทย : ขนมขี้หน

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ขนมไทย : ขนมขี้หนู (ขนมทราย)

* แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
* มะพร้าว 1 ซีก (นำไปขูดเป็นเส้นฝอย)
* น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วยตวง
* น้ำลอยดอกไม้ 1 ถ้วยตวง
* สีผสมอาหารตามชอบ
* เทียนอบ
ขนมหวานไทย : ขนมขี้หนู (ขนมทราย)
ขนมไทย : ขนมขี้หนู (ขนมทราย)

 
     วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นวดแป้งข้าวเจ้วกับน้ำดอกไม้ 1/2 ถ้วยตวง อย่าให้แชะเกินไป จากนั้นห่อด้วยผ้าขาวบางและนำไปใส่ถุงผ้า มัดปากถุงให้แน่น หาของหนักๆทับเพื่อให้แห้งน้ำ
2. จากนั้นจึงนำไปยีเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วผึ่งแดดให้พอหมาด แล้วจึงนำไปร่อน ให้สิ่งสกปรกออก
3. นำแป้งที่ร่อนแล้วไปใส่ในผ้าขาวบางและนึ่งจนสุก 
4. นำน้ำตาลทรายไปผสมกับน้ำลอยดอกไม้และสีผสมอาหาร จากนั้นนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ คนจนน้ำตาล ละลายดี จึงปิดไฟและกรองน้ำเชื่อมด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง
5. นำแป้งที่นึ่งสุกใส่ลงในอ่างน้ำเชื่อม ใช้ไม้พายคนเบาๆ หาฝาปิดไว้สักครู่เพื่อให้แป้งฟู คนต่ออีกครั้ง เพื่อให้แป้งกับน้ำเชื่อมเข้ากัน จากนั้นจึงนำไปอบด้วยควันเทียนให้หอม
6. ตักแป้งใส่จาน ก่อนเสริฟโรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดหยาบๆ พร้อมรับประทานได้ทันที



สูตรขนมหวานไทย : ขนมรังผึ้ง

สูตรขนมหวานไทย : ขนมรังผึ้ง

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ขนมหวานไทย : ขนมรังผึ้ง (waffle)

* แป้งข้าวเจ้า 4 ถ้วยตวง
* แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
* ถั่วเหลืองต้มบดละเอียด 4 ถ้วยตวง
* ไข่ไก่ (ใช้เฉพาะไข่ขาว) 4 ฟอง
* หัวกะทิ 6 ถ้วยตวง
* น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วยตวง
* น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 1 ช้อนชา
ขนมหวานไทย : ขนมรังผึ้ง (วาฟเฟิล)
ขนมหวานไทย : ขนมรังผึ้ง (waffle)

 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นำแป้งไปผสมกับ น้ำตาลทราย, เกลือ และถั่วต้มบด คนจนส่วนผสมเข้ากันดี
2. นำไข่ขาวไปตีจนขึ้นฟู จากนั้นจึงนำไปเทผสมกับแป้งที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่ง คนจนส่วนผสม ทั้งหมดเข้ากันทั่ว 
3. ทาน้ำมันบางๆทั่วแบบพิมพ์ ตักส่วนผสมแป้งเทลงในแบบ พอท่วมให้รีบปิดฝาบนทันที กลับพิมพ์ไปมาทั้งสองด้านให้ถูกความร้อนจนสุกเหลืองทั่ว จึงเคาะออกจากแบบ
4. เสริฟทันทีขณะร้อนๆ หรือ เสริฟทานพร้อมกับไอศครีม (หรือทานกับแยมผลไม้ด้วยก็ได้)



สูตรขนมหวานไทย : ขนมไข่

สูตรขนมหวานไทย : ขนมไข่

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ขนมหวานไทย : ขนมไข่

* แป้งสาลี 950 กรัม
* ไข่เป็ด 25 ฟอง
* น้ำตาลทราย 2 กิโลกรัม
* กลิ่นวานิลา 1 ถ้วยตวง
* น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
ขนมหวานไทย : ขนมไข่
ขนมหวานไทย : ขนมไข่

 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. ตีไข่กับน้ำจนไข่ขึ้นฟู จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนน้ำตาลละลาย ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
2. นำส่วนผสมไข่ไปใส่ในตระแกรงล่อน เพื่อเอาสิ่งสกปรกออก เมื่อล่อนเสร็จแล้วนำแป้งลงไปผสม ตีจนไข่ขึ้นฟูอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงเติมกลิ่นวานิลา
3. นำส่วนผสมแป้งและไข่ที่ทำเสร็จไปหยอดลงในแบบหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ (อย่าใส่จนเต็มแบบ เพราะ เมื่ออบแล้วตัวขนมจะฟูขึ้นอีก ควรใส่ประมาณครึ่งหนึ่งของแบบก็พอ) ควรทาน้ำมันบางๆที่ผิวแบบเพื่อไม่ให้ติด 
4. นำไปอบโดยใช้อุณหภูมิประมาณ 180 องศาเซลเซียส อบประมาณ 20-25 นาทีหรือจนสุก จึงนำออกมาจากเตา
5. เคาะขนมออกจากแบบ จัดใส่จานเสริฟ (บางกรณีอาจเสริฟขนมโดยไม่ต้องนำขนมออกจากแบบก็ได้)



สูตรขนมหวานไทย : ขนมลอดช่อง

สูตรขนมหวานไทย : ขนมลอดช่อง

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ขนมไทย : ขนมลอดช่องน้ำกะทิ
+ ส่วนผสมตัวลอดช่อง +
* แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
* แป้งเท้ายายม่อม 30 กรัม
* แป้งซ่าหริ่ม 20 กรัม
* น้ำปูนใส 450 กรัม
* น้ำใบเตย 250 กรัม
* น้ำแข็ง
+  ส่วนผสมน้ำกะทิ +
* น้ำกะทิ 250 กรัม
* น้ำตาลปึก 150 กรัม
* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
* เทียนอบ
+ เพิ่มเติม +
* เผือกนึ่ง, ข้าวเหนียวดำ, ขนุน อื่นๆ
ขนมไทย : ขนมลอดช่องใบเตย
ขนมไทย : ขนมลอดช่องน้ำกะทิ

 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. ทำตัวลอดช่องโดยผสมแป้งข้าวเจ้า, แป้งเท้ายายม่อม, แป้งซ่าหริ่ม เข้าด้วยกัน หลังจากนั้นค่อยๆใส่น้ำ ปูนใสทีละน้อย ขณะเดียวกันก็นวดแป้งให้เข้ากันจนเนียนและเหนียว และค่อยๆใส่น้ำปูนใสจนหมด แล้วจึงใส่น้ำ ใบเตย แล้วนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กวนจนแป้งเนียวและข้นจึงลดไฟลง กวนต่อจนแป้งสุก (แป้งจะมี ลักษณะข้นเหนียว)จึงปิดไฟ
2. เตรียมน้ำเย็นโดย นำน้ำแข็งไปละลายในน้ำจนน้ำเย็นจัด จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ในขั้นตอน ที่หนึ่งไปใส่ลงในพิมพ์ลอดช่อง ค่อยๆกดให้เป็นเส้นหย่อนลงไปในน้ำเย็นที่เตรียมไว้ 
3. ทำน้ำกะทิโดยนำน้ำตาลปึกผสมกับน้ำกะทิและเกลือป่น นำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆ คนจนน้ำตาลละลายดี จึงปิดไฟ และนำไปอบควันเทียนให้หอม
4. ตักเส้นลอดช่องใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ และน้ำแข็งทุบ สามารถใส่เครื่องเพิ่มเติมได้ตามต้องการ (เผือกนึ่ง, ข้าวเหนียวดำ, อื่น) เสริฟได้ทันที



สูตรขนมหวานไทย : ขนมเต้าส่วน

สูตรขนมหวานไทย : ขนมเต้าส่วน


     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ขนมหวานไทย : ขนมเต้าส่วน

* แป้งมัน 50 กรัม
* ถั่วเขียวเลาะเปลือก 250 กรัม
* น้ำเปล่า 900 กรัม
* หัวกะทิ 200 กรัม
* เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
* แป้งเข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา
ขนมหวานไทย : ขนมเต้าส่วน (ถั่วเขียวเลาะเปลือก)
ขนมหวานไทย : ขนมเต้าส่วน

 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นำถั่วเขียวเลาะเปลือก ล้างทำความสะอาด จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปใส่ผ้าขาวบางและนำไปนึ่งจนสุก
2. ระหว่างรอถั่วเขียวนึ่ง เตรียมทำน้ำกะทิราดหน้าโดยนำหัวกะทิไปผสมกับเกลือและนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ คนสักพักจึงใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปกวนจนแป้งสุกจึงปิดไฟ และพักไว้ 
3. นำน้ำเปล่าไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายลงไปคนจนละลายดี เสร็จแล้วใส่แป้งมัน ลงไปคนต่อจนแป้งสุกใส ใส่ถั่วเขียวนึ่งที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่งลงไป คนจนกระจายทั่ว จึงปิดไฟ
4. ตักเต้าส่วนใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่สอง) พร้อมเสริฟได้ทันทีทั้งร้อนและเย็น